วันจันทร์ที่ 19 กันยายน พ.ศ. 2554

งานGE Day

                                                         วัน    GE  Day 

งาน GE Day  จัดขึ้นในวันที่8-10 กันยายน พ.ศ2554ที่ผ่านมา ที่มหาวิทยาลัยราชภัฎพระนคร อาคาร 20 ด้านในงานก็จะมีการแสดง ซุ้มของแต่ละสาขาวิชา อาหารขนมทานเล่น  และเราก็มีภาพภายในงานนี้มาให้ได้ชมกันนะคะ
                                                 การพูดเปิดงานจากอาจารย์2ท่านนี้



                                    เริ่มกันที่ซุ้มของเทคโนโลยีสารสนเทศเพื่อการเรียนรู้ตลอดชีวิต




เป็นวิธีการสร้างบล็อกด้วยตัวของเราเอง

ตัวอย่าง เว็บนี่แหละ.......สยามที่สามารถเข้าไปค้นหาสถานที่ท่องเที่ยวได้
ซุ้มของมนุษย์กับสิ่งแวดล้อม
                                                  เรามาดูกันทีละอย่างว่ามีอะไรบ้างในซุ้มนี้


การนำหนังสือพิมพ์มาทำเป็นพวงกุญแจ
การนำขวดแก้วมาใส่ทรายสีเพื่อเพิ่มสีสันเพื่อตั้งประดับตกแต่ง
 



การนำเอาหลอดไฟ เศษผ้า สิ่งของต่างๆมาประดิษฐ์บนฝาชี

เชิงเทียนจากกะลามะพร้าว


โคมไฟหัวใจพลาสติกสวยงามมากมาย
ต่อมาเป็นซุ้ม วิถีโลก
รณรงค์การแต่งกายไม่ให้ดูล่อแหลมมากเกินไป


ซุ้มวิทยาศาสตร์และการออกกำลังกาย


จะคอยเตือนเรื่องการใส่คอนแทคเลนส์ และ โรคอ้วน




มนุษย์กับการพัฒนาตนเอง
เป็นการสอนให้เรามีสมาธิกับสิ่งที่เรากำลังทำอยู่





ร่วมด้วยช่วยกันทำเพ้นท์พวงกุญแจ เราสามารถเพ้นท์ตามที่เราชอบได้



เสร็จแล้วก็จะได้เป็นแบบนี้ เค้าขายอันละ15บาท


ต่อมาเป็น English for communication


ตัวอย่างภาพยนตร์


ความเป็นมาของเทศกาลคริสมาส

ด้านนี้จะเป็นของซุ้มวิถีไทย

มีการเชิดหนังตะลุงให้ดู
เบื้องหลังของหนังตะลุงที่เขาจัดทำ
ด้านนี้จะเป็นของกินอาจจะดูน้อย แต่ภายในงานนั้นมีเยอะมากซึ่งถ่ายไม่ทัน เช่นสายไหมสวรรค์ ขนมดอกจอก มันฝรั่งเกลียว ลูกชิ้นทอด  ขนมหวานอีกมากมาย





                                          

วันเสาร์ที่ 3 กันยายน พ.ศ. 2554

สาวๆ ระวังภัยใกล้จุดซ่อนเร้น


                ไม่ใช่อื่นไกลหรอกที่ทำร้ายเราได้ แต่เป็นอะไรต่างๆ ที่มีความเกี่ยวข้องกับจุดซ่อนเร้นของผู้หญิงโดยตรง ก็ของใช้ประจำต่างๆ ที่ใช้อยู่นี่เองค่ะที่อาจเป็นสาเหตุของอาการแพ้ โดยเฉพาะการแพ้สารเคมี ทำให้ผิวหนังอักเสบ คัน หรือเกิดเชื้อราในช่องคลอด จะว่าไปพื้นที่บริเวณนั้นก็เล็กนิดเดียว ทำไมถึงมีสิ่งของเครื่องใช้มากมาย เป็นตัวป่วนให้น้องหนูป่วยได้ก็ไม่รู้ไม่เชื่อก็มาดูกันว่ามีอะไรบ้าง

                ของใช้บางอย่างอาจต้องปรับเปลี่ยนให้เหมาะสม บางอย่างควรเลิกใช้ได้แล้วล่ะค่ะ

ใช้ให้เหมาะไม่ก่อปัญหา

                ผ้าอนามัย  ใช้ทีไรผื่นแดงขึ้น บางทีก็เป็นตุ่มน้ำใสๆ มีลามไปถึงก้น บางทีก็ไปถึงขาหนีบ แถมคันด้วยสิ อย่างนี้ต้องเปลี่ยนยี่ห้อผ้าอนามัยค่ะ ผื่นคันอาจเกิดจากน้ำหอมหรือสารเคมีในผ้าอนามัย การใส่ผ้าอนามัยไว้นานเกินไป แต่ก่อนอื่นควรให้คุณหมอตรวจดูเพื่อความแน่ใจว่าผ้าอนามัยเป็นต้นเหตุจริงหรือเปล่า เพราะอาการจะคล้ายกับการติดเชื้อราในช่องคลอด เชื้อรามันมักจะเก่งกล้าขึ้นมาในช่วงก่อนมีประจำเดือน เพราะฮอร์โมนของเราเปลี่ยนแปลง หรืออาจเกิดจากการติดเชื้อชนิดอื่นก็เป็นได้
                กางเกงใน ควรเลือกเนื้อผ้าฝ้ายที่มาจากธรรมชาติ เพราะบางคนอาจแพ้เส้นใยสังเคราะห์ กางเกงในไม่ควรคับแน่นมากเกินไป เลือกขนาดพอดีตัวและเนื้อผ้าบางระบายอากาศสะดวก จะป้องกันการอับชื้นได้ดีกว่า
                ผงซักฟอก น้ำยาปรับผ้านุ่ม อาการผื่นคันที่คิดว่าแพ้กางเกงในอาจเกิดจากผงซักฟอก หรือน้ำยาปรับผ้านุ่ม อาจจะแพ้ยี่ห้อที่ใช้อยู่หรืออาจล้างออกไม่หมดก็เป็นได้ เช็กดูหน่อยถ้าการแพ้เกิดจากสาเหตุนี้วิธีแก้ง่ายนิดเดียว
                สบู่ ไม่จำเป็นต้องใช้แบบพิเศษฆ่าเชื้อโรค พวกสบู่ยา สบู่สมุนไพรสูตรต่าง ๆ หรือสบู่ที่มีกลิ่นหอมฉุนรุนแรงสีเข้มข้นก็อาจทำให้แพ้เช่นกัน ใช้สบู่อาบน้ำธรรมดาฟอกทำความสะอาดก็เพียงพอแล้ว
                กระดาษทิชชู ประเภทมีกลิ่นหอมหรือสีสวยหวานอาจทำให้เกิดอาการแพ้ได้ ควรเลือกกระดาษที่ไม่มีกลิ่นหรือสีจะดีกว่า ขอเตือนไว้ด้วยนะคะว่าการใช้ทิชชูแทนผ้าอนามัยยามฉุกเฉินนั้น ไม่ปลอดภัยอย่างยิ่ง อาจได้รับพิษภัยจากสารเคมีที่อยู่ในทิชชูได้ค่ะ ควรรีบหาผ้าอนามัยเปลี่ยน ทางที่ดีพกสำรองติดกระเป๋าไว้ตลอดเวลาอย่าให้ขาด
                กางเกง เน้นใส่สบายไว้ก่อน เลือกเนื้อผ้าระบายอากาศได้ดีอย่างผ้าฝ้าย เพราะบ้านเราบทจะร้อนก็ร้อนกันเหงื่อหยด กางเกงรัดรูปแน่นเปรี๊ยะเป็นอีกตัวการที่ก่อให้เกิดการอับชื้น ยิ่งเป็นใยสังเคราะห์ก็ยิ่งช่วยปิดกั้นให้ความชื้นและความร้อนไม่ให้ระบายออกไปไหนกันเลย แฟชั่นบางทีก็ทำร้ายสุขภาพค่ะ

เลิกใช้สบายกว่ากันเยอะ
                แป้งฝุ่น ไม่ควรจะโรยแป้งในจุดนั้นเพราะหวังว่าจะให้มีกลิ่นหอมสะอาดสดชื่น แป้งไม่ได้ช่วยให้แห้งสบายอย่างที่คิด แต่จะทำให้เกิดการหมักหมมเป็นแหล่งเพาะเชื้อโรคมากกว่าด้วยซ้ำ
                สเปรย์ดับกลิ่น ไม่ควรใช้ทั้งชุดชั้นใน หรือกางเกงในก็ตาม เพราะอาจทำให้แพ้สารเคมีต่าง ๆ หรือน้ำหอมในสเปรย์นั้น เกิดอาการระคายเคืองอักเสบจะยุ่งกันไปใหญ่ ถ้าน้องสาวมีกลิ่นไม่พึงประสงค์จริง ๆ ปรึกษาคุณหมอสูติฯ ดีกว่าค่ะ
                แผ่นอนามัย คิดว่าจะช่วยให้แห้งสะอาดหอมกรุ่นในวันที่มีตกขาวหรือขึ้นแฉะ กลับกลายเป็นว่าผิดหลักอนามัยซะนี่ เพราะทำให้มีความอับชื้นอยู่ตลอดเวลา ไม่มีช่วงเวลาปลอดโปร่งให้ระบายอากาศ ผู้หญิงหลายคนมีตกขาว หรือเชื้อราต้องไปปรึกษาคุณหมอ ก็เพราะใส่แผ่นอนามัยทุกวัน
                ผ้าอนามัยแบบสอด ขนาดใช้ผ้าอนามัยธรรมดายังมีโอกาสลืมเปลี่ยนเลย ถ้าลืมผ้าอนามัยแบบสอดยิ่งแย่ใหญ่กลายเป็นแหล่งสะสมของเชื้อโรค แล้วยังอยู่ภายในเสียด้วย อาการอักเสบติดเชื้อ ก็อาจลุกลามรุนแรงได้